หลายๆคนคงเคยผ่านตากับผลงานสารคดีที่ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยนาย อัล กอร์ (ผู้เรียกตัวเองอย่างแสบสันต์ว่า The next President ofUnited States of America) ชื่อ An Inconvenient Truth ผมไม่ทราบว่าชื่อไทยนั้นมีการแปลอย่างเป็นทางการว่าอะไรเป็นการป่าวประกาศให้คนหรือผู้อาศัยของโลกรู้และตระหนักถึงผลการกระทำต่างๆของเราที่ส่วนมากมีท่าทีหรือแนวโน้มในการทำลายโลกและชั้นบรรยากาศสูงขึ้นและมาสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในระยะสองร้อยปีหลังนี่เอง

 

อย่างไรก็ตามหลายๆคน(รวมทั้งผม)รู้สึกอินและ เริ่มต้นระมัดระวังและตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทั้งในระดับชีวิตประจำวันไปจนถึงนโยบายต่างๆในระดับชาติ  ซึ่งเป็นที่น่าชื่นใจ ผมเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองมาใช้โลกอย่างทะนุถนอมรักษามากขึ้นผมเริ่มที่จะไม่เอาถุงพลาสติกจากร้านขายของ ผมแยกขยะก่อนทิ้ง ใช้น้ำไฟอย่างคุ้มค่าบอกตัวเองไม่ให้ใช้ถุงพลาสติกเกินวันละสองชิ้น เลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยง แล้วก็พลันรู้สึกอิ่มเอมใจขึ้นมากับการเปลี่ยนพฤติกรรมแค่เพียงเล็กน้อยและถือว่าตนเองได้อย่างน้อยพยายามรักษาโลกไว้ให้รุ่นลูกหลานและอนาคตของมนุษย์ชาติ

 

ไม่ได้ตั้งใจจะขยายความสารคดีนั่นหรืออย่างไรแต่เมื่อเร็วๆนี้ผมได้ฟัง George Carlin ซึ่งเป็นนักพูดตลก (Comedian)ที่โด่งดังและมีอิทธิพลกับชาวอเมริกันมากพอตัว ลุง George แกเป็นskeptic (พวกชอบสงสัยและตั้งคำถามต่อทุกเรื่อง) เป็นพวกหัวเสียกับเรื่องไร้สาระของมนุษย์(ซึ่งทำผมเป็นแฟนอย่างเหนียวแน่นของลุงแก)เรื่องตลกของแกหลายๆเรื่องก็จะวนเวียนอยู่กับเรื่องการประชดชีวิตและสังคมของชาวอเมริกันนี่ล่ะครับมีส่วนหนึ่งที่แกแวะมาพูดถึงเรื่องโลกและสิ่งแวดล้อมเหมือนกันแล้วแกก็ประชดตามสไตล์

ในมุมมองของแก แกคิดว่าทุกๆอย่างในธรรมชาตินั้นเป็นมาถามวิถีของมันสปีชีย์ต่างๆเกิดแล้วตายสูญพันธุ์หายไปสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงนั้นก็เป็นไปตามผลการกระทำต่างๆนั้น (ขออภัยหากคำแปลดูจะโน้มเอียงมาทางพุทธศาสนาเนื่องจากคนเขียนเป็นเช่นนั้น) มนุษย์เราอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เราก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในวิถีเท่านั้นเอง

            “Let metell you about  “Saving endangered species”…..It is just one more arrogant attempt by human to control nature,…” (ผมจะบอกอะไรเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์มันก็แค่อีกความคิดที่โคตรจะหยิ่งยะโสของมนุษย์ที่พยายามจะควบคุมธรรมชาตินั่นแหละวะ)    (ขออภัยอีกครั้ง สำนวนแปลโดยผู้เขียน)

            “That’swhat nature does.,……..Leave the nature alone.Havn’t we done enough?We are so self-important,Self-important! Everybody’s gonna save something now. Save the trees. Save the beasts. Save the whales.Save those snails……And the greatest arrogant of all. “SAVE THE PLANET” What?! Are these fuckin people kidding me?!?” (มันคือวิถีธรรมชาติ ปล่อยให้มันเป็นไปเรายังทำ(แย่ๆ)ไม่พออีกหรือ มนุษย์เรานี่โคตรจะหลงตัวเองเลยว่ะทุกคนพยายามจะอนุรักษ์อะไรสักอย่าง อนุรักษ์ต้นไม้ อนุรักษ์สัตว์ อนุรักษ์ปลาวาฬ อ่อแล้วก็หอยทากตัวเล็กพวกนั้นด้วย! ที่ฟังดูหยิ่งจองหองที่สุดคือ  อนุรักษ์โลก!นี่ล้อกตูเล่นใช่มั๊ย )   (ขออภัยอีกครั้ง สำนวนแปลโดยผู้เขียน)

               จริงๆแล้วนอกจากขำกับการเสียดสีของแกแล้วผมก็นึกแย้งในใจ ไม่เห็นด้วย (แน่ล่ะ ลุงกอร์แกกล่อมผมมานานและซาบซึ้งกว่า)ผมยังอยากที่จะรักษาโลกนี้ไว้และก็ก่นด่าลุงจอร์จในใจว่าเอาแต่จะขัดแข้งขัดขาคนอื่นไปเรื่อย (ฮา)

               ประโยคต่อมาของลุงซึ่งเป็นมุมมองน่าสนใจทำเอาผมต้องทบทวนความคิดอนุรักษ์โลกใหม่ที่จริงแล้วลุงแกไม่ได้ต่อต้านการอนุรักษ์โลกหรืออย่างไร ตรงกันข้าม ลุงแกไม่เป็นเป็นห่วงโลกเลยและลุงแกเชื่อว่าโลกเราจะไม่เป็นไรอย่างแน่นอนเพราะดาวเคราะห์โลกที่เราอยู่นั้นมีอายุสี่พันกว่าล้านปีแล้วและก็เจอมาเยอะกว่าเรามากมาย ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด เปลือกโลกเคลื่อนที่แผ่นเปลือกโลกยกตัว รังสีดวงอาทิตย์ พายุรังสีแม่เหล็ก (magnetic strom-อันนี้ไม่มีความรู้ที่จะแปลครับ) การพลิกกลับของขั้วโลกหลายพันปีของการระเบิดทั้งบนเปลือกโลกและด้านใต้ น้ำท่วมโลก แผ่นดินยุบตัวไฟผลาญทั่วโลกแล้วก็เจอยุคน้ำแข็ง  

               “..andwe think the plastice bags and aluminium cans are gonna make differences?” (แล้วเราคิดหรือว่าไอ้ถุงพลาสติกกับกระป๋องน้ำอัดลมจะทำให้โลกแย่ลงได้ว่ะ)

ลุงแกคิดว่าที่เราต้องอนุรักษ์โลกใบนี้ก็เพราะตัวเราเองเพื่อที่อยู่ของเราเอง เพื่อความสบายของตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้น!

               “Peopletry to make the world safe for their Volvo.,..They don’t care about theplanet,…You know what they are interested in? Their own habitat.They worriedthat some day in the future they might be personally inconvenient.” (มนุษย์เราอนุรักษ์โลกไว้เพื่อที่จะไว้ขับรถไปมาสะดวกไม่ได้สนใจโลกหรอก เขาสนใจที่ที่พวกเขาต้องอยู่อาศัยต่างหากเขากลัวว่าจะต้องอยู่อย่างไม่สุขี)

ลุงจอร์จสรุปด้วยประโยคว่า“The planet is fine.The people are fucked!”  

ความคิดลุงแกคงจะน่าหมั่นไส้เล็กน้อยสำหรับคนอื่นๆแต่สำหรับผม ผมคิดว่าเรื่องการให้ความสำคัญกับตัวเองมากเกิน เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางหรือหลงตัวเองจนเกินไปนั้นเป็นจริง เรายกตัวเองแยกจากสัตว์ต่างๆออกมาทั้งๆที่เราก็มีส่วนมันจากบรรพบุรุษที่เดินสี่เท้า หลังจากนั้นก็ยังไม่พอเรายังแบ่งชนชั้นในหมู่มนุษย์พวกเรากันเองอีกนี่คือสิ่งที่ผมเห็นด้วยว่ามนุษย์นั้นบางทีก็กำลังเดินหลงผิดทางไปจริงๆ

สุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่ามนุษย์เราต้องจากไปก่อนดาวโลกที่เราอยู่อาศัยอย่างแน่นอนไม่ว่าสูญพันธุ์หรืออพยพ เราอาจจะโชคดีในอนาคตถ้าเราสามารถย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นได้หลังจากทำลายโลกไปเสียสิ้นและผลนั้นเริ่มกลับมาทำร้ายเราเอง แต่เชื่ออย่างยิ่งว่าการย้ายไปอยู่ดาวอื่นนั้นเป็นแค่เพียงการไปเริ่มทำลายดาวดวงใหม่อีกครั้งเท่านั้นและจะวนอยู่อย่างนั้น

ตามสันดานมนุษย์

              

 

 

Comment

Comment:

Tweet

If it's really problematic for you to understand at what online writing service buy online essay paper writing, examine best writing service reviews that will help you to sign the contract with really trusty organization.

#9 By GoGetEssays.com rewiew (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-11-12 18:09

The <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/mortgage-loans">mortgage loans</a> are essential for guys, which would like to start their own business. As a fact, that is not hard to receive a term loan.

#8 By BellRandi26 (31.184.236.63) on 2011-12-22 12:09

ขอ share ด้วยคน
วันก่อนมีโอกาสไปดู site งานก่อสร้าง ทุกคนบอกเราว่าเป็นที่ ที่สวยมาก แต่เรากลับไม่ชอบมันเลย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบที่ตรงนั้น แต่เพราะว่าไม่อยากจะทำลายมันต่างหาก ร่องสวนชั้นดี ดินดีๆของสวนนนทบุรี ที่ปลูกทุเรียนและมังคุดได้อย่างอร่อย กำลังจะกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร ที่ไม่รู้ว่าใครจะมาซื้อ แล้วน้ำในโครงการจะระบายออกไปทางไหนหว่า มันจะไปทำลายสวนป่าวหว่า รู้สึกบาปขึ้นมาทันที นี่เรายังทำลายโลกไม่พออีกรึ แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะทำตามสันดานมนุษย์ โดยการนิ่งเฉย และก้มหน้าก้มตาออกแบบโครงการต่อไป โดยไม่ต่อล้อต่อเถียงใดๆ มีแค่คำพูดติดตลกว่า" อีกหน่อยอาหารจะแพงขึ้นอีก เพราะเราได้ทำงายมันไปอีกหย่อมแล้ว" แล้วก็เฝ้าบอกตัวเองว่า เรารักธรรมชาติ อยากมีที่นา มีสวนเป็นของตัวเอง อีกหน่อยจะได้มีกิน "อ้าว แล้วที่ตรงนั้น
ไม่ใช่ที่ทำกินรึ " สันดานคน! จริงด้วย

#7 By developer architect (58.11.90.126) on 2011-05-02 11:59

เทไหลย้อยเลย 5555 เงินยังไม่ได้เลย555sad smile

#6 By omega on 2010-04-19 10:57

@ฟองจันทร์ : เห็นด้วยจริงๆว่า เราหลงไปไกลแล้ว หาทางกลับคงยาก ได้แต่รอให้ทุกอย่างถึงจุดที่ต้อง reset ด(ผมเชื่ออย่างนั้นอย่างจริงจัง) เรื่องหนังสือไม่เคยอ่านครับ แต่หากได้มีโอกาศจะซือทันที อยากอ่านมาก

@sansanae :ลุงแกมีเจ็บกว่านี้เยอะครับ แกเพิ่งจากไปเมื่อต้นปีที่แล้วกระมัง เขียนเพราะคิดถึง
พบความป่วนของแกได้ใน youtube,search
:George Carlin 1,เพียบครับ

@Maya@Madaewee : สะใจ ปล่อยทุกอย่างเป็นไปก็เีนะครับ ในแง่ที่ไม่ไปฝินมัน ทำทุกอย่างด้วยความเอาใจใส่ต่อโลกนะจ้ะ ไม่ใช่เอาไงเอากัน 55+

@omega : ผมเขียนบทความนี้เพื่อจะส่งไปลงพิมพ์หนังสือของคฺุณนั่นล้ะ จนแล้วจนรอดก็ไม่เสร็จ ไม่จบอย่างที่หวัง ด็เลยลงที่นี่มันเลย
หนีงสือเป็นไงล่ะ เทน้ำเทท่าไหม

#5 By tula on 2010-04-06 16:41

โอ้โฮ มันส์จริงๆ เจ็บๆคันด้วย คนแปลนี่ก็แสบสันต์ (ขออภัยอีกครั้ง สำนวนแปลโดยผู้เขียน)
ป.ล.เห็นด้วยกะลุงอะ ลุงแม่ง สกู้นนนนน มากHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By omega on 2010-04-05 11:51

big smile 5555 อ่านแล้วสะใจไปอีกแง่ นึง
ก็น่าจะใช่ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป ในแบบของมัน
ยังไง ซะ โลกก็จะเป็นไปในแบบของมัน เอ้ย ยิ่งงง 555555 confused smile

#3 By ChayaLively on 2010-04-04 22:17

Hot! Hot! Hot! Hot!


มันมาจากความเห็นแก่ตัวของมนุษย์
ลุงแกเจ็บ (และตรง) ดีนะ

#2 By sansanae on 2010-04-04 20:07

มนุษย์กำลังหลงผิด พยายามสร้าง 'วิถีชีวิตสำหรับมนุษย์' และบอกทุกคน บอกลูกหลานว่านี่แหละคือวิถีมนุษย์ เราถูกกล่อมเกลาด้วยสิ่งต่างๆ รอบตัว จนเราเชื่อว่าโลกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเรา เรามีหน้าที่จัดการโลกใบนี้ให้ดีขึ้น สร้างตึกสวยๆ ประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวก โดยไม่อาจรู้เท่าทัน ว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังทำให้เราลำบาก ถ้าสนใจเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผมแนะนำให้ลองอ่านหนังสือเรื่อง อิชมาเอล จิตวิญญาณทัศนาจร ดูนะครับ ไม่ทราบว่าเคยอ่านหรือยัง

#1 By ฟองจันทร์ on 2010-04-04 13:35