หลอยเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นในกรุงเทพ บ้านไม้สองชั้น เก่าแต่ยังแกร่งโต้ฟ้าอากาศ อายุมันเท่ากับตัวเขาเอง อยู่อาศัยมาเริ่มตั้งแต่พ่อและแม่ครองคู่ และให้กำเนิดเขาในปีนั้น มันเคยอยู๋ท่ามกลางสวนและป่าริมชานเมือง ไม่คาดคิดว่าถึงวันนี้ บ้านเขากลับตั้งอยู่บริเวณเกือบๆใจกลางเมืองไปซะได้

เมืองขยับเข้ามาหาเขาเร็วเหลือเกิน....มันเขยิบเข้ามาในทันทีที่ความเขียวชอุ่มและความเงียบสงบแห่งบ้านสวนตัดสินใจลาไปอยู่ที่อื่นที่ไกลกว่า

แต่มันเคลื่อนเข้ามาพร้อมกับเพื่อนฝูงนั้น มากหน้าหลายตา สลับเข้ามาจนบ้านนี้ไม่เคยมีเหงา ซ้ำยังวุ่นวายขวักไขว่เกือบตลอดทั้งวัน เพื่อนที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากแก็งค์เพื่อน นักเสเพลในแบบพื้นบ้าน นักเลงชีวิต นักขบฏต่อความคิด,ต่อชิวิตของพวกเขาเองและต่อสังคมที่ล้อมรอบเขาอยู่

...ไม่ขนาดนั้นหรอก จริงๆแล้วพวกเขาเพียงแค่นักใช้ชิวิต และพยายามควานหาสิ่งที่พวกเขาต้องการในอ่างใบใหญ่ อ่างของสังคมที่เขาวนเวียนอยู่ แต่มักจะเจอหลายสิ่งอย่างในขวดเสียมากกว่า วันนี้บ้านไม้เกือบใจกลางเมืองก็มีวงดื่มเช่นเดิม วงกว้างและพร้มหน้าเพื่อน

"พวกมึงจะให้กูทำอะไรกิน แบมือขอพ่อแม่แบบนี้ อายเขาตายห่า" แป๊ะโพล่งขึ้นมาตามหลังเรื่องสนทนาบางเรื่องของผองเพื่อน     แป๊ะ.....ร่างใหญ่หนา สูงเทียมวงกบประตู   ผิวแบบดำแดงและกร้าน กร้านพอๆกับชีวิตเขาเอง  เขาเป็นนักดื่มของจริงและดื่มหนักกว่าพวกเราทั้งหมด ชีวิตเขาก็ตลก มันตลกเพียงพอแล้วกับการที่คนชื่อแป๊ะ ผิวดำกร้านขนาดนี้

"มึงน่าจะสมัครเป็นยาม" บางคนแสดงความเห็น ตามด้วยเพื่อนๆพยักหน้าหงึกหงัก

"ไม่ไหว ป้อมยามมันเล็กไปสำหรับกูและความสามารถของกู" เขาให้เหตุผล

"หรือมึงจะขับแท๊กซี่" 

แป๊ะไม่ใช่คนกรุงเทพ แต่เส้นทางทั้งหลาย อยู่ในสมองของเขาเกือบทั้งหมด เขาชอบเดินทางและรักมัน เขารักที่จะให้สายลมพัดตีใบหน้าบนหลังเบาะมอเตอร์ไซด์ แต่สุดท้ายมอเตอร์ไซด์ที่เขารักและทนุถนอมก็จากเขาไป มือดีมันแงะไปจะจะคาหูของเขา ที่บอกว่าคาหู เพราะวันที่มันโดนแงะ เขานอนอยู่บนหอพักชั้นสอง ได้ยินเสียงมันวิ่งออกไปกับมือมืดสักคน เขาจำเสียงมันได้ดีในความฝันอันแจ่มชัด และตื่นมาพบว่าเขาไม่ได้ฝัน มันถูกฉกไปจริงๆ 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลังจากคืนนั้น แป๊ะไปขับแท๊กซี่จริงๆ โดยใช้เวลาว่างจากเรียน ช่วงเวลานั้นที่บ้านไม้เกือบใจกลางเมืองของเราผองเพื่อน มักจะมีรถแท๊กซี่จอดอยู่หน้าบ้าน เขามาจอดนอนพักบ้าง หรือมาทิ้งรถไว้แล้วออกไปสรวลเสเฮฮาบ้างตามอารมณ์ของเขาจะเอื้อเฟื้อให้  เราเจอเขาน้อยลงในวงดื่ม เพราะเขามักจะออกไปขับตอนกลางคืน

"รายได้มันคงดี มึงไม่อยากนั่งรถเมล์ตากเศษฝุ่นในกรุงเทพหรอก ดำอย่างกับเขม่าภูเขาไฟ รถป.อ. คนก็แย่งกันเบียดขึ้น ซ้ำมึงยังต้องทนยืนดูไอ้หนุ่มพนักงานบริษัทบางคนนั่งตาลอยออกไปนอกหน้าต่าง มันไม่ได้ฝันถึงอนาคตที่สดสวยหรอก มันแค่หลบตายายแก่ๆที่ยืนข้างๆเท่านั้นล่ะ" หลอยเดือดดาลและพูดออกมาบ้างในวงดื่มคืนหนึ่ง

แล้วเขาก็มา แป๊ะเปิดรั้วหน้าบ้านเข้ามาเงียบๆ เราไม่เห็นวี่แววของรถที่เขาเช่ามาขับ

"มึงคืนรถอู่ไปแล้วเหรอ ทำไมวันนี้เลิกเร็ว" เราถามขึ้นทันทีที่เขาเข้ามาใกล้

เขาทั้งตัวนั่งลง ปลดกระดุมสองเม็ด เอนตัวบนพนักด้วยความเหน็ดเหนื่อย

"ไม่ไหว! ขับไปก็ไม่เจริญถ้าพวกมึงไม่หยุดโทรหากูให้พาไปส่งโน่นนี่ทั้งวัน บางครั้งที่พวกมึงโทรหา กูต้องส่งคนลงกลางทางแล้ววกไปรับพวกมึง โดนเขาด่าถึงพ่อแม่  แล้วกูเคยเก็บตังค์กับเพื่อนซะที่ไหน! "

พวกเรามองตากัน แล้วก็ตกใจนึกว่ามีแต่ตนที่เคยโทรเรียกแป๊ะให้ไปส่ง เรารินเต็มแก้วแล้วยื่นให้เขา ยกสูงแล้วดื่มด้วยกัน วกไปคุยเรื่องอื่นต่อ

น้ำใจเขาต่อเพื่อนนั้นมีมากเกินไป.....

 

 

ปล.ขอบคุณพอกลอน ที่เคยได้พูดถึงชื่อเรื่องให้ผมได้ยิน ผมไม่รู้ว่ามันคื่อชื่่อของอะไรแต่ก็ขอนำมาใช้ ด้วยเห็นว่าชื่อนั้นมันให้ความรู้สึกที่อยากสื่อถึงในตอนที่เขียนได้ดีเหลือเกิน และเพราะชอบชื่อนี้มากจึงได้พยายามเขียนตอนสองตามมา (ในอีกหนึ่งปีให้หลัง) หาไม่แล้วมันก็จะเป็นเพียงแค่เรื่องสั้นอีกเรื่องของผมเท่านั้นเอง....และขอบคุณคนอ่านด้วยครับ

อ่านตอนเเรกที่นี่ครับ http://tula27.exteen.com/20070724/entry

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ตกใจ ที่เอนทรีนี้หลุดตาไปได้ยังไง

คงเพราะบล็อกที่ลิสต์ไว้มันเยอะเกินมั้ง

แล้วตอนสามจะมีมาเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย


อ๋อ เดือนธันวาคม 52 นี้บ้านหลังนี้จะปิดแล้วนะ

ในที่สุดมันก็มาถึงแล้ว
พี่ต้า...จอมจะไปเรียนที่สิงคโปร์ปลายเดือนสิงหานี้
พี่ต้ายังอยู่สิงคโปร์ป่าว..........ติดต่อน้องๆมาบ้างนะคะ

#8 By (112.143.20.222) on 2009-05-28 14:05

อ่านแล้ว รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา

คล้ายๆใครบางคน 555+

#7 By mokurosuke on 2009-04-03 16:58

เข้า มา

เซ ไฮ ไว้ก่อน

เด๋ว เข้ามาอ่าน หุหุหุ

#6 By mokurosuke on 2009-04-01 09:42

พี่ต้า นี้จอมเอง
เมื่อไหร่กลับมาเมืองไทย
น้องสายรอเลี้ยงอยู่นะคะbig smile

#5 By jommy (203.118.84.102) on 2009-03-28 12:02

http://nongpangbook.tarad.com/product.detail_0_th_1515469


(- -)b

#4 By omega on 2009-03-26 17:23

หาหนังสือมาอ่านดีกว่ามั๊ง เรื่อง วินามคนยาก ชื่อฝรั่ง Cannery row เขียนโดย John Steibeck ถ้าเจอในงานสัปดาจะซื้อไปฝาก

#3 By omega on 2009-03-26 09:46

ตกลงมันคือชื่อของอะไรกัน คุณomega....ไขข้อข้องใจนิดส์sad smile

#2 By tula on 2009-03-25 21:57

ฮาๆๆๆ จ๊าบวะ ชอบๆๆๆๆ เสียดายไม่ได้ร่วมวง(เสมือน)พาเลส พ็อพ เฮาส์
ป.ล.อ่าแล้วคิดถึงพาเลสพ๊อพเฮาส์จริงๆHot! Hot! Hot!

#1 By omega on 2009-03-25 21:45